นวัตกรรมการเรียนการสอนที่ใช้แหล่งเรียนรู้ที่เป็นตัวบุคคล
รายการ สถานีสุวรรณภูมิ
เกี่ยวกับฉัน
- Ploykarat
คือบัณฑิตเพลิงชมพูครุศาสตร์
มหาบัณฑิตสมมาดสาวอักษร
จามจุรีศรีจุฬาถิ่นนาคร
ที่เสกพรให้เป็น"ครู"รู้ค่างาน
วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
เมื่อกวีซีไรต์..ซะการีย์ยา อมตยาเยือนโรงเรียนเทพลีลา(ตอน ๑)..
วันนี้ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ชาวเทพลีลาต่างตื่นเต้นดีใจเมื่อซะการีย์ยา อมตยา กวีซีไรต์เจ้าของผลงานกวีนิพนธ์ ไม่มีหญิงสาวในบทกวี ให้เกียรติร่วมเสวนาในกิจกรรมวันพบนักเขียนคนดัง-นักอ่านคนเด่น ในหัวข้อ "การอ่านสร้างชีวิต-ลิขิตเขียนได้ดังฝัน" ณ ห้องประชุมพิพัฒนปริยัติสุนทรร่วมกับตัวแทนนักเรียนศิษย์เก่าเทพลีลา อดีตประธานศูนย์ข่าวเยาวชนไทยโรงเรียนเทพลีลา ๒ คนคือ ศิวกร เกษรราช นักศึกษาปี ๓ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาและกนกพร แดงวิจิตร นักศึกษาปี ๑ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น โดยมีคณะครูและนักเรียนเข้าร่วมรับฟังการบรรยายอย่างคับคั่ง รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการกล่าวต้อนรับและมอบของที่ระลึก พี่เชหรือซะการีย์ยามาในมาดสบายสไตล์ซีไรต์ เสื้อเชิ้ตสีเทาขรึมอมฟ้าจางๆ กางเกงยีนส์และหมวกหนังใบเท่สีน้ำตาล สะพายย่าม รอยยิ้มระบายบนใบหน้าแฝงเสน่ห์ลุ่มลึกใต้ครึ้มเคราและหนวดเข้ม การเสวนาเป็นไปอย่างออกรสมีเสียงหัวเราะแทรกเป็นระยะๆ หลังการเสวนาเป็นการรุมถ่ายรูปหมู่ของครูและนักเรียนสลับกันไปอย่างเป็นกันเอง..(โปรดดูจากภาพและติดตามตอนที่๒)
วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
งานพระราชทานรางวัลซีไรต์ ปี ๒๕๕๓ ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล
ค่ำคืนของวันศุกร์ที่ ๕ พฤศจิกายน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารเสด็จพร้อมด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานรางวัล วรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (S.E.A.Write) ประจำปี ๒๕๕๓ ณ ห้องรอยัลบอลรูม โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ โดยคณะกรรมการจัดงาน ผู้สนับสนุนและแขกผู้มีเกียรติเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จอย่างคับคั่ง หลังเสวยพระกระยาหารค่ำ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ประธานคณะกรรมการดำเนินงานกราบบังคมทูลรายงาน มร.ญัณ เกอซิ่ง กราบบังคมทูลเบิกนักเขียนทั้งหกชาติเข้ารับพระราชทานโล่และกล่าวสุนทรพจน์สั้นๆคนละ ๒ นาที ฯลฯ
เวลา ๒๒.๐๐ น.ทั้งสามพระองค์เสด็จฯออกจากห้องรอยัลบอลรูม
บรรยากาศในราตรีอันสวยงามและทรงเกียรติ มีนักเขียนและกวีซีไรต์หลายท่านมาร่วมแสดงความยินดีแก่กวีซีไรต์คนล่าสุด ซะการีย์ยา อมตยา อาทิ กฤษณา อโศกสิน จิระนันท์ พิตรปรีชา ศักดิ์สิริ มีสมสืบ โชคชัย บัณฑิต อุทิศ เหมะมูลรวมทั้งนักเขียนมีชื่ออย่าง นิเวศน์ กันไทยราษฎร์ ชมัยภร แสงกระจ่าง(นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย)และอีกหลายท่านซึ่งรวมทั้งสื่อมวลชนอย่างคุณพินิจ นิลรัตน์และนับเป็นความทรงจำอันงดงามประทับใจอีกครั้งหนึ่งของครูสอนวิชาพินิจวรรณกรรมซีไรต์ที่ได้รับเชิญร่วมเป็นเกียรติในงานพระราชทานรางวัลในครั้งนี้ด้วย

















เวลา ๒๒.๐๐ น.ทั้งสามพระองค์เสด็จฯออกจากห้องรอยัลบอลรูม
บรรยากาศในราตรีอันสวยงามและทรงเกียรติ มีนักเขียนและกวีซีไรต์หลายท่านมาร่วมแสดงความยินดีแก่กวีซีไรต์คนล่าสุด ซะการีย์ยา อมตยา อาทิ กฤษณา อโศกสิน จิระนันท์ พิตรปรีชา ศักดิ์สิริ มีสมสืบ โชคชัย บัณฑิต อุทิศ เหมะมูลรวมทั้งนักเขียนมีชื่ออย่าง นิเวศน์ กันไทยราษฎร์ ชมัยภร แสงกระจ่าง(นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย)และอีกหลายท่านซึ่งรวมทั้งสื่อมวลชนอย่างคุณพินิจ นิลรัตน์และนับเป็นความทรงจำอันงดงามประทับใจอีกครั้งหนึ่งของครูสอนวิชาพินิจวรรณกรรมซีไรต์ที่ได้รับเชิญร่วมเป็นเกียรติในงานพระราชทานรางวัลในครั้งนี้ด้วย
วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
งานเสวนา "พบนักเขียนซีไรต์ 2553" ณ สนง.ใหญ่ สีลมธนาคารกรุงเทพ
นับเป็นปีแรกที่การแถลงข่าวเปิดตัวนักเขียนซีไรต์ย้ายสถานที่มาจัดที่ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ สีลม หลังจากที่หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรีเป็นหัวเรือใหญ่มาหลายปี ไม่ว่าจะย้ายไปไหน นักเรียนวิชาพินิจวรรณกรรมซีไรต์ของโรงเรียนเทพลีลาก็จะตามไปดูถึงที่ ปีนี้หอบกันไปถึง ๓๑ ชีวิต รวมทั้งครูผู้สอน ช่วงบ่ายของวันพุธที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ บรรยากาศคึกคัก คลาคล่ำไปด้วยผู้สนใจงานวรรณกรรม ไม่ว่าจะเป็นสื่อมวลชนตัวเป้งอย่าง คุณ"วรรณฤกษ์" และอื่นๆหลายสำนัก หรือบรรดาครูอาจารย์ นิสิตนักศึกษา ผู้สนับสนุน ฯลฯ
ในปีนี้บนเวทีมีผู้ร่วมเสวนารวม ๙ ท่าน เป็นนักเขียนหรือกวีซีไรต์ ๖ ท่านจวกประเทศลาว เวียดนาม ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซียและประเทศไทย(ขาด ๔ ประเทศคือ อินโดนีเซีย บรูไน เมียนม่าร์และแน่นอน กัมพูชา) สำหรับผู้นำเสวนาคือ คุณอรยา สูตะบุตร คุณปนัดดา ล้ำเลิศอำไพและอาจารย์จากคณะอักษร จุฬาฯ มีการแนะนำตัวพร้อมประวัติสังเขปของนักเขียนซีไรต์ของแต่ละประเทศทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาประจำชาติของแต่ละประเทศและแปลเป็นภาษาไทยให้ฟังง่ายเข้าใจง่าย โดยมีกวีซีไรต์คนล่าสุดใหม่ถอดด้ามอย่างคุณซะการีย์ยา อมตยาร่วมเป็นผู้แปลด้วยภาษากวีที่ไพเราะ สละสลวย ที่เรียกเสียงครึกครื้นจากบรรดาวัยหวานมากทีสุดน่าจะเป็น นักเขียนจากเวียดนาม คุณเหงียน นัต อาน (Nguyen Nhat Anh)เพราะเป็นคอลัมนิสต์ตอบปัญหาหัวใจ ประมาณศิราณีของไทย เพราะพอพูดถึงเรื่องรักๆ ซีไรต์ที่ออกแนวเพื่อชีวิตหรือดราม่ายังอดอมยิ้มไม่ได้เลยนะ จะบอกให้
ช่วงพักเบรค ขนมอร่อยจาก Bake a Wish (Central World)สั่งตรงโดยธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ สีลม (ผู้ใหญ่ใจดี)ต่างก้ถูกลำเลียงดาหน้ามาเลี้ยงปากท้องของน้องๆผู้หิวโหยชาวเทพลีลาและชาวประชาโดยถ้วนหน้า ว่ากันว่าบางคนเอ็นจอยอี๊ตติ้งเกิน ๑๐ ชิ้น...โห ลูกเรา ท้ายสุดก็ขอขอบคุณฝ่ายประชาสัมพันธ์และเจ้าหน้าที่ทุกคนของธนาคารกรุงเทพที่อำนวยความสะดวกแก่พวกเรา ขอบคุณนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย คุณชมัยภร แสงกระจ่าง คุณปนัดดา เลิศล้ำอำไพ ตุณขวัญแก้ว ลิ่วเฉลิมวงศ์ คุณพินิจ นิลรัตน์ คุณหนิงและคุณไพโรจน์จากโรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ลรวมทั้งนักเขียนอีกหลายท่านที่กรุณาให้ทีมข่าวศูนย์ข่าวเยาวชนไทยได้สัมภาษณ์....ขอบคุณค่ะ












ในปีนี้บนเวทีมีผู้ร่วมเสวนารวม ๙ ท่าน เป็นนักเขียนหรือกวีซีไรต์ ๖ ท่านจวกประเทศลาว เวียดนาม ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซียและประเทศไทย(ขาด ๔ ประเทศคือ อินโดนีเซีย บรูไน เมียนม่าร์และแน่นอน กัมพูชา) สำหรับผู้นำเสวนาคือ คุณอรยา สูตะบุตร คุณปนัดดา ล้ำเลิศอำไพและอาจารย์จากคณะอักษร จุฬาฯ มีการแนะนำตัวพร้อมประวัติสังเขปของนักเขียนซีไรต์ของแต่ละประเทศทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาประจำชาติของแต่ละประเทศและแปลเป็นภาษาไทยให้ฟังง่ายเข้าใจง่าย โดยมีกวีซีไรต์คนล่าสุดใหม่ถอดด้ามอย่างคุณซะการีย์ยา อมตยาร่วมเป็นผู้แปลด้วยภาษากวีที่ไพเราะ สละสลวย ที่เรียกเสียงครึกครื้นจากบรรดาวัยหวานมากทีสุดน่าจะเป็น นักเขียนจากเวียดนาม คุณเหงียน นัต อาน (Nguyen Nhat Anh)เพราะเป็นคอลัมนิสต์ตอบปัญหาหัวใจ ประมาณศิราณีของไทย เพราะพอพูดถึงเรื่องรักๆ ซีไรต์ที่ออกแนวเพื่อชีวิตหรือดราม่ายังอดอมยิ้มไม่ได้เลยนะ จะบอกให้
ช่วงพักเบรค ขนมอร่อยจาก Bake a Wish (Central World)สั่งตรงโดยธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ สีลม (ผู้ใหญ่ใจดี)ต่างก้ถูกลำเลียงดาหน้ามาเลี้ยงปากท้องของน้องๆผู้หิวโหยชาวเทพลีลาและชาวประชาโดยถ้วนหน้า ว่ากันว่าบางคนเอ็นจอยอี๊ตติ้งเกิน ๑๐ ชิ้น...โห ลูกเรา ท้ายสุดก็ขอขอบคุณฝ่ายประชาสัมพันธ์และเจ้าหน้าที่ทุกคนของธนาคารกรุงเทพที่อำนวยความสะดวกแก่พวกเรา ขอบคุณนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย คุณชมัยภร แสงกระจ่าง คุณปนัดดา เลิศล้ำอำไพ ตุณขวัญแก้ว ลิ่วเฉลิมวงศ์ คุณพินิจ นิลรัตน์ คุณหนิงและคุณไพโรจน์จากโรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ลรวมทั้งนักเขียนอีกหลายท่านที่กรุณาให้ทีมข่าวศูนย์ข่าวเยาวชนไทยได้สัมภาษณ์....ขอบคุณค่ะ
วันจันทร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2553
เมื่อ"วรรณพินิจ"คอลัมนิสต์ชานชาลาวรรณกรรมแห่งวารสารวิทยาจารย์เยี่ยมชมมุมซีไรต์สัมพันธ์
เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๓ วรรณพินิจ คอลัมนิสต์ชานชาลาวรรณกรรมแห่งวารสารวิทยาจารย์เยี่ยมชมมุมซีไรต์สัมพันธ์ ณ ห้องสมุดโรงเรียนเทพลีลา ซึ่งครูนัยนา จิตรรังสรรค์ หัวหน้างานห้องสมุดและพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ ครูสอนภาษาไทยและผู้บุกเบิกวิชา "พินิจวรรณกรรมซีไรต์" ให้การต้อนรับและนำชมมุมซีไรต์สัมพันธ์ ที่ประดับประดาภาพกิจกรรมของบรรดากวีและนักเขียนซีไรต์ร่วมกับนักเรียนวิชาพินิจวรรณกรรมซีไรต์ โดยคุณวรรณพินิจได้แสดงความชื่นชมให้กำลังใจตลอดจนถึงบอกกล่าวข่าวสารเรื่องราวเกี่ยวกับงานแถลงข่าวซีไรต์ของปีนี้ ตามประสาคอซีไรต์ ก่อนอำลาต่างมอบของที่ระลึก...โดยข้อมูลการเยี่ยมเยียนและพูดคุยได้นำมาตีพิมพ์ในวารสารวิทยาจารย์ ฉบับประจำเดือนกรกฎาคม....
ขอขอบคุณที่ให้กำลังใจ...





ขอขอบคุณที่ให้กำลังใจ...
วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2553
"ไม่มีหญิงสาวในบทกวี" กวีนิพนธ์รางวัลซีไรต์ปี ๒๕๕๓ โดย ซะการีย์ยา อมตยา
ประกาศผลแล้วอย่างเป็นทางการ โดยคณะกรรมการตัดสินรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน หรือรางวัลซีไรต์ มีมติให้ "ไม่มีหญิงสาวในบทกวี" กวีนิพนธ์เขียนโดย ซะการีย์ยา อมตยา กวีหนุ่มจากหมู่บ้านเล็กๆแห่งเทือกเขาบูโดจังหวัดนราธิวาส ได้รับรางวัลซีไรต์ประเภทกวีนิพนธ์ในปีนี้
เรื่องราวใน ไม่มีหญิงสาวในบทกวี สะท้อนแนวคิดเพื่อการดำรงอยู่และดำเนินชีวิตอย่างสันติสุข ไม่มีพรมแดน เป็นกวีนิพนธ์แบบไร้ฉันทลักษณ์(free verse) ที่ผสมผสานวรรณศิลป์ ปรัชญาและศิลปะเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ประกอบด้วยเนื้อหาหลากหลายมิติ ตั้งแต่ปัจเจกบุคคลจนถึงระดับสังคม ไม่ผูกกับยุคสมัย ไม่มีพรมแดน ข้ามมิติเวลา และมิติพื้นที่ มีความลุ่มลึก กระตุ้นให้เกิดจินตนาการขบคิดและคิดต่อ
ซะการีย์ยา อมตยา เป็นกวี เป็นนักเขียน เป็นนักแปลและเป็นเว็บมาสเตอร์ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ www.thaipoetsociety.com ที่รวมของกวีและผู้สนใจงานกวีนิพนธ์หลากหลายมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในวงวรรณกรรม
(ภาพจาก Thai Poet Society)

(ภาพจาก หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ)
เรื่องราวใน ไม่มีหญิงสาวในบทกวี สะท้อนแนวคิดเพื่อการดำรงอยู่และดำเนินชีวิตอย่างสันติสุข ไม่มีพรมแดน เป็นกวีนิพนธ์แบบไร้ฉันทลักษณ์(free verse) ที่ผสมผสานวรรณศิลป์ ปรัชญาและศิลปะเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ประกอบด้วยเนื้อหาหลากหลายมิติ ตั้งแต่ปัจเจกบุคคลจนถึงระดับสังคม ไม่ผูกกับยุคสมัย ไม่มีพรมแดน ข้ามมิติเวลา และมิติพื้นที่ มีความลุ่มลึก กระตุ้นให้เกิดจินตนาการขบคิดและคิดต่อ
ซะการีย์ยา อมตยา เป็นกวี เป็นนักเขียน เป็นนักแปลและเป็นเว็บมาสเตอร์ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ www.thaipoetsociety.com ที่รวมของกวีและผู้สนใจงานกวีนิพนธ์หลากหลายมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในวงวรรณกรรม
(ภาพจาก Thai Poet Society)

(ภาพจาก หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ)
วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553
มุมมองของคุณมนตรี ศรียงค์ ต่อการเรียนการสอนวิชาพินิจวรรณกรรมซีไรต์
๑๒. คุณมนตรี ศรียงค์ กวีซีไรต์ปี ๒๕๕๐ จากผลงานกวีนิพนธ์ โลกในดวงตาข้าพเจ้า แสดงทัศนะว่า
"ผมไม่เคยเชื่อว่าเด็กของเรา หรือไม่ว่าที่ไหนของโลกจะไม่รักการอ่าน สังเกตจากเด็กเล็กๆที่อ่านหนังสือไม่ออกดู จะเห็นพวกเขาชอบเปิดหนังสือต่างๆ หากมีสมุดปากกาให้ พวกเขาก็รู้ว่าจะใช้อย่างไรโดยไม่ต้องสอน นั่นคือการเรียนรู้ เด็กเล็กๆรู้ว่าชีวิตต้องเรียนรู้จากทุกสิ่ง แต่อะไรที่ทำให้พวกเขารู้ว่าหนังสือคือสิ่งที่เรียนรู้ได้ นี่เป็นความน่าสงสัย และน่าสงสัยต่อไปว่าอะไรหนอที่ทำให้เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้น แล้วห่างเหินไปจากการเปิดหนังสืออ่าน คำตอบที่หลายตัวเลือก และมักจะรวบยอดเรียวไปที่ระบบเชิงโครงสร้างของการศึกษา การศึกษาซึ่งแนบแน่นอยู่กับแผนพัฒนาเศรษฐกิจอย่างแยกไม่ออก
ปัจจุบันมีโครงการรักการอ่านจำนวนมาก แต่เมื่อตามดูผลในระยะยาว กลับพบว่าพวกเขาเหล่านั้นห่างเหินกิจกรรมไปเสียเกือบหมด ผู้จัดทำโครงการก็ต้องเริ่มนับ 1 ใหม่ทุกครั้ง ดังนั้น การมีการเรียนการสอนวิชาพินิจวรรณกรรมซีไรต์ จึงเป็นการช่วยส่งเสริมอีกแรงหนึ่งสำหรับเด็กๆของเรา การวางโครงของวิชานี้โดยการนำวรรณกรรมซีไรต์มาเป็นหลัก ก็เพราะรางวัลนี้เป็นที่รับรู้และยอมรับในวงกว้าง จึงเป็นการง่ายสำหรับเรียกความสนใจของเด็กให้หันมาสนใจการอ่าน เพื่อต่อไปพวกเขาเติบโตขึ้น และรู้ว่าการอ่านไม่ใช่การเสียเวลา แต่มันคือคลังข้อมูลหนึ่งที่ในสถาบันการศึกษาระดับไหนก็ตามไม่มีสอน"








"ผมไม่เคยเชื่อว่าเด็กของเรา หรือไม่ว่าที่ไหนของโลกจะไม่รักการอ่าน สังเกตจากเด็กเล็กๆที่อ่านหนังสือไม่ออกดู จะเห็นพวกเขาชอบเปิดหนังสือต่างๆ หากมีสมุดปากกาให้ พวกเขาก็รู้ว่าจะใช้อย่างไรโดยไม่ต้องสอน นั่นคือการเรียนรู้ เด็กเล็กๆรู้ว่าชีวิตต้องเรียนรู้จากทุกสิ่ง แต่อะไรที่ทำให้พวกเขารู้ว่าหนังสือคือสิ่งที่เรียนรู้ได้ นี่เป็นความน่าสงสัย และน่าสงสัยต่อไปว่าอะไรหนอที่ทำให้เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้น แล้วห่างเหินไปจากการเปิดหนังสืออ่าน คำตอบที่หลายตัวเลือก และมักจะรวบยอดเรียวไปที่ระบบเชิงโครงสร้างของการศึกษา การศึกษาซึ่งแนบแน่นอยู่กับแผนพัฒนาเศรษฐกิจอย่างแยกไม่ออก
ปัจจุบันมีโครงการรักการอ่านจำนวนมาก แต่เมื่อตามดูผลในระยะยาว กลับพบว่าพวกเขาเหล่านั้นห่างเหินกิจกรรมไปเสียเกือบหมด ผู้จัดทำโครงการก็ต้องเริ่มนับ 1 ใหม่ทุกครั้ง ดังนั้น การมีการเรียนการสอนวิชาพินิจวรรณกรรมซีไรต์ จึงเป็นการช่วยส่งเสริมอีกแรงหนึ่งสำหรับเด็กๆของเรา การวางโครงของวิชานี้โดยการนำวรรณกรรมซีไรต์มาเป็นหลัก ก็เพราะรางวัลนี้เป็นที่รับรู้และยอมรับในวงกว้าง จึงเป็นการง่ายสำหรับเรียกความสนใจของเด็กให้หันมาสนใจการอ่าน เพื่อต่อไปพวกเขาเติบโตขึ้น และรู้ว่าการอ่านไม่ใช่การเสียเวลา แต่มันคือคลังข้อมูลหนึ่งที่ในสถาบันการศึกษาระดับไหนก็ตามไม่มีสอน"
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
