รายการ สถานีสุวรรณภูมิ

เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน




คือบัณฑิตเพลิงชมพูครุศาสตร์
มหาบัณฑิตสมมาดสาวอักษร
จามจุรีศรีจุฬาถิ่นนาคร
ที่เสกพรให้เป็น"ครู"รู้ค่างาน

วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2554

กวีนิพนธ์วิพากษ์

ให้นักเรียนอ่านบทกวีนิพนธ์ของกวีซีไรต์แล้ววิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นดังนี้
๑. เนื้อหากล่าวถึงเรื่องอะไร
๒. นักเรียนมีความคิดเห็นอย่างไร เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร 
พิมพ์ส่งในบล็อกซีไรต์และอีเมล ploykarat@gmail.com

ตอนที่ ๑  @กลอน อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เรื่อง  เป็นมนุษย์@
       


       @ ก่อนจะเป็นอะไรในโลกนี้
       ทั้งเลวทรามต่ำดีถึงที่สุด
       ก่อนจะสวมหัวโขนละครชุด
       คุณต้องเป็นมนุษย์ก่อนอื่นใด

       
       @ คุณจะต้องรู้จักการเป็นมนุษย์
       ไม่ใช่ชุดเครื่องแบบที่สวมใส่
       ไม่ใช่ยศตำแหน่งแกร่งฉไกร
       หากแต่เป็นหัวใจของคุณเอง

       

       @ ใจที่มีมโนธรรมสำนึก
       ใจที่รับรู้สึกตรึกตรงเผง
       ใจที่ไม่ประมาทไม่ขลาดเกรง
       ใจที่ไม่วังเวงการเป็นคน

       
       @ เมื่อนั้นคุณจะเป็นอะไรก็ได้
       เป็นผู้น้อยผู้ใหญ่ได้ทุกหน
       มโนธรรมสำนึกรู้สึกตน
       ต้องตั้งตนให้เป็น คือ เป็นมนุษย์!
       
       


       เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
       พฤ ๑๓/๑๑/๕๑  


ตอนที่ ๒ จากบทกวี"โลกในดวงตาของข้าพเจ้า"  โดย  มนตรี ศรียงค์


     โลกทั้งโลกถูกย่อเท่ามอนิเตอร์
 
      เรากะเทอร์เจอกันในวันหนึ่ง
 
      ชีวิตในอินเตอร์เนตนี้ก็จึง
 
      หวานน้ำผึ้งสุขสมสีชมพู
 
                โย่วโย่วเทอร์อยู่ที่หนายอ่า?
 
                ทำงานแร้วรึว่ายังเรียนอยู่?
 
                รูปเทอร์สวยอ่าเหมือนหมาจู
 
                งุงิงุงิน่าเอ็นดูน่าดูแคม
 
     โชว์วิวเปิดแคมแพลมแพลมสิ
 
      อะคริอะคริมะก้าแหงม
 
      เสื้อสีสวยแสบมันแว้บแวม
 
      ชั้นในแพลมลับล่อยี่ห้อไร?
 
                เนินนมขาวจังคงทั้งเต้า
 
                กำเดาเลือดลิ่มจะปริ่มไหล
 
                แคมเทอร์สวยออกทั้งนอกใน
 
                แคมใหญ่เต็มปลั่งกะลังดี
 
     หน้าบ้านเรารถถังกะลังวิ่ง
 
     ปฏิวัติกันจิงจิงหรือนี่?
 
     บ้านเทอร์มีปะ – รึมะมี?
 
     อี๋อี๋บ้านน้อกบ้านนอกจัง
 
                 55555555
 
                เรารักเทอร์น้าเด็กโง่งั่ง
 
                เด๋วส่ง Mp3  ปะห้ายฟัง
 
                แร้ววันหลังส่งคลิปปะห้ายดู
 
      คลิปเราเองแหละเอิ๊กเอิ๊กเอิ๊ก
 
      ถ่ายก่อนเลิกกะแฟนโรงแรมหรู
 
      ADSL  เราใช้ TRUE
 
      อัพโหลดคู่สองคลิปได้ฉะบาย
 
                เรารักเทอร์น้าเด็กโง่
 
                (คลิกอีโมฯรูปหัวเราะงอหงาย)
 
                หนึ่งปริ๊ดแระอิอิขอบจาย
 
                จุ๊บจุ๊บบะบายชัทดาวน์แร้วววววววววว...
 
                ..........................................
 
                ปล.รถถังมาทามมาย?
 
                เด๋วไปถ่ายรูปก่อง – บลาบลาบลา.
 
                                                                             
 

วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2554

มุมวิชาพินิจวรรณกรรมซีไรต์ในงานเทพนิทรรศ ' ๕๓

และแล้วเราก็เปิดตัวเป็นทางการหลังบ่มเพาะร่วม ๘ ปี.......เอ๊ะ! นานเกินไปหรือเปล่า?
      คำถามนี้ดังระเบ็งเซ็งแซ่จากกลุ่มสาวกซีไรต์ร่วม ๓๐ ชีวิตในปีนี้ ที่พวกเธอเริ่มรู้สึก "อิน" กับวิชานี้ หลังจากที่พบว่า เทอมแรกที่ผ่านมาพวกเธอแทบคลั่งกับการจดจำทั้งชื่อทั้งผลงานของบรรดากวีและนักเขียนซีไรต์กว่า ๓๐ คน จนเธอไข้ขึ้นและ"ของขึ้น" ประกาศยอมจำนนขอกราบลาจากสำนักซีไรต์
ณ เทพลีลาที่การันตีจากสื่อมวลชนว่า "พินิจวรรณกรรมซีไรต์ วิชานี้มีที่เดียวในโลก"  เจ้าของสำนักเอ่ยว่า "ช้าก่อน...กุมารีและหนึ่งกุมารา เราจะพาเจ้าไปขึ้นเขียง เอ๊ย!..ไปร่วมงานเสวนาแถลงข่าว
ซีไรต์ก่อน หลังจากนั้น จะโบกมืออำลาก็ไปเถอะ" หลังจากการพาไปสู่สังคมของคนวรรณกรรม ณ ชั้น ๓๐ ธนาคารกรุงเทพสำนักงานใหญ่สีลม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมนต์บทกวีของกวีซีไรต์จากอาเซียน ๖ ประเทศหรือมนต์ขนมสุดอร่อยจาก bake a wish ก็มิอาจคาดเดาได้ ท่านหญิงทั้งหลายก็ตัดสินใจไม่ย้ายสำนัก หรือประกอบกับการใช้นวัตกรรมการเรียนแบบจิ้มๆกดๆบนแป้นคอมพิวเตอร์เพื่อทำงานส่งทางเว็บไซต์ www.ploykarat.com เลยทำให้การเรียนในเทอมนี้เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและสนุกสนาน น่าขอบคุณไอเดียบรรเจิดของผู้บริหารที่ผลักดันทำให้เกิดห้องสมุด ICT หรือห้องสมุดสื่อทัศน์รัฐประสิทธิ์เสียจริงๆ..เราได้ใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์ทางด้านการเรียนการสอนอย่างสูงสุด ดังนั้นในงานวิชาการประจำปี หรือที่เรียกขานกันว่า งานเทพนิทรรศ ' ๕๓ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๐-๒๑มกราคม ๒๕๕๔ เราจึงมีการเปิดตัววิชาพินิจวรรณกรรมซีไรต์และยกมุมซีไรต์สัมพันธ์ซึ่งอยู่ในห้องสมุดมาจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบ ได้รับความสนใจอย่างคับคั่งจากนักเรียนเทพลีลา ที่สำคัญวิชานี้นั้น สำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษา กรุงเทพมหานครเขต ๒ เขายกย่องให้เป็น BEST PRACTICE ของเขตเชียวนะคะ....สาวๆซีไรต์ที่หมุนเวียนมาทำหน้าที่แนะนำ สาธิต อธิบายให้แก่น้องๆและพี่ๆและผู้สนใจจึงเต็มอกเต็มใจและเต็มที่กับงาน....มิน่าเกรดถึงได้ ๔ เป็นทิว เรียกว่า กลับใจทัน...โปรดดูความน่ารักน่าชังจากภาพละกัน...(งานนี้ครูนัยนา จิตรรังสรรค์ ต้นตำรับวิชาพินิจวรรณกรรมซีไรต์แอบปลื้มเล็กๆ..เฮ้อ เกือบไป นึกว่าจะได้ปิดวิชานี้ซะแล้ว)





























วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เก็บตกกวีซีไรต์..ซะการีย์ยากับบางคำตอบ....

*****ชื่อแปลก..ความหมายทรงค่า "ซะการีย์ยา"..มาจากภาษาฮิบรู แปลว่า "พระผู้เป็นเจ้าทรงรำลึก"
*****๔ ภาษาที่กวีซีไรต์ ซะการีย์ยา สื่อสารได้อย่างคล่องแคล่ว คือภาษามลายู ภาษาไทย ภาษาอังกฤษและภาษาอาหรับ
*****"ปุถุชน" คือนามปากกาของซะการีย์ยา แปลว่า คนธรรมดา
*****การแปลเป็นการเรียนรู้ทางกวีนิพนธ์อย่างหนึ่ง การแปลเก็บรายละเอียดทุกคำมากกว่าการอ่านอย่างเดียว
*****การจะเป็นนักเขียนหรือนักอ่านที่ดีนั้น "ต้องจดตลอดเวลา" กับทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาและเป็นประเด็นที่อยากรู้จัก
*****ในห้องสมุด..ในความเงียบที่ไม่เงียบ เหมือนมีผู้คน มีจิตวิญญาณของผู้เขียนแต่ละคน แต่ละเล่มสิงสถิตอยู่เสมอ
*****จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ แม้แต่ นักวิทยาศาสตร์อย่าง อัลเบิร์ต ไอสไตน์ ยังยอมรับ
*****"ไม่มีหญิงสาวในบทกวี" รวบรวมกวีนิพนธ์ ๓๖ ชิ้นโดยคัดจาก ๖๐ ชิ้น
*****การอ่านหนังสือไม่ควรอ่านประเภทเดียว เราอาจไม่มีความรู้เชื่อมโยงกับเรื่องอื่นๆ