เพราะได้ติดตามอ่านงานวรรณกรรมซีไรต์มาตั้งแต่เล่มแรกคือ ลูกอีสาน ของคุณคำพูน บุญทวี ตั้งแต่เมื่อครั้งเรียนที่คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ วิชาเอกภาษาไทยและอ่านเรื่อยมาทุกเล่ม ประจวบกับที่ปี ๒๕๔๔ มีการปรับปรุงใช้หลักสูตรใหม่ โดยโรงเรียนเทพลีลาเริ่มใช้เมื่อปี ๒๕๔๖ และเปิดโอกาสให้ครูผู้สอนคิดค้นวิชาใหม่ในกลุ่มวิชาสาระเพิ่มเติมในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย จึงได้นำเสนอวิชาพินิจวรรณกรรมซีไรต์ และได้เปิดสอนมากระทั่งปัจจุบันเป็นปีที่ ๙ แล้ว(ปี ๒๕๕๔) โดยได้รับความกรุณาจากบรรดานักเขียนและกวีซีไรต์มากมายหลายท่าน อนุเคราะห์ทั้งข้อมูลและเสียสละเวลาให้เกียรติเป็นวิทยากรพิเศษหรือให้สัมภาษณ์แก่นักเรียนที่เรียนวิชาพินิจวรรณกรรมซีไรต์ได้แก่
๑. คุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
๒ คุณศักดิ์สิริ มีสมสืบ
๓. คุณวาณิช จรุงกิจอนันต์
๔. คุณแรคำ ประโดยคำ
๕. คุณชาติ กอบจิตติ
๖. คุณมาลา คำจันทร์
๗. คุณจิระนันท์ พิตรปรีชา
๘. คุณวินทร์ เลียววาริณ
๙. คุณโชคชัย บัณฑิต
๑๐. คุณไพวรินทร์ ขาวงาม
๑๑. คุณเรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์
๑๒. คุณบินหลา สันกาลาคีรี
๑๓. คุณงามพรรณ เวชชาชีวะ
๑๔. คุณปราบดา หยุ่น
๑๕. คุณมนตรี ศรียงค์
๑๖. คุณวัชระ สัจจะสารสิน
๑๗. คุณอุทิศ เหมะมูล
๑๘. คุณซะการีย์ยา อมตยา
๒. คุณวาณิช จรุงกิจอนันต์ นักเขียนซีไรต์ปี ๒๕๒๗ จากผลงานเรื่องสั้นซอยเดียวกัน แสดงทัศนะว่า
"ผมมองได้สองแง่ กรณีที่นักเรียนได้มาพบนักเขียนที่บ้าน นักเรียนได้เห็นตัวตนของนักเขียนจริงๆ ได้รู้ถึงเนื้อหาของชีวิตนักเขียน ซึ่งถือเป็นเรื่องยาก ได้มองเห็นภาพลึกมากกว่า นักเขียนได้เล่าประสบการณ์ของตัวเอง ได้เห็นการเจริญเติบโตหรือล้มเหลวของมนุษย์(นักเขียน) เพราะนักเขียนไม่ใช่เทวดา เป็นคนธรรมดา ได้เกิดความรู้สึกมากกว่า ถ้าเชิญนักเขียนไปที่โรงเรียนนักเรียนก็ได้เห็นแค่หน้า..ไม่ได้สัมผัสตัวตนจริงๆ ผมเห็นด้วยว่าดี...ที่มีการเรียนการสอนในรูปแบบนี้ ไม่งั้นก็แห้ง มันทำให้มีเนื้อหา มีสีสัน มีชีวิต ถ้าเห็นแค่หนังสือตรงหน้ามันตัน ผมว่ามันเป็นเรื่องจำเป็นนะ ทำให้นักเรียนรู้จักคนฉลาดร่วมสมัย"