รายการ สถานีสุวรรณภูมิ

เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน




คือบัณฑิตเพลิงชมพูครุศาสตร์
มหาบัณฑิตสมมาดสาวอักษร
จามจุรีศรีจุฬาถิ่นนาคร
ที่เสกพรให้เป็น"ครู"รู้ค่างาน

วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2554

มุมวิชาพินิจวรรณกรรมซีไรต์ในงานเทพนิทรรศ ' ๕๓

และแล้วเราก็เปิดตัวเป็นทางการหลังบ่มเพาะร่วม ๘ ปี.......เอ๊ะ! นานเกินไปหรือเปล่า?
      คำถามนี้ดังระเบ็งเซ็งแซ่จากกลุ่มสาวกซีไรต์ร่วม ๓๐ ชีวิตในปีนี้ ที่พวกเธอเริ่มรู้สึก "อิน" กับวิชานี้ หลังจากที่พบว่า เทอมแรกที่ผ่านมาพวกเธอแทบคลั่งกับการจดจำทั้งชื่อทั้งผลงานของบรรดากวีและนักเขียนซีไรต์กว่า ๓๐ คน จนเธอไข้ขึ้นและ"ของขึ้น" ประกาศยอมจำนนขอกราบลาจากสำนักซีไรต์
ณ เทพลีลาที่การันตีจากสื่อมวลชนว่า "พินิจวรรณกรรมซีไรต์ วิชานี้มีที่เดียวในโลก"  เจ้าของสำนักเอ่ยว่า "ช้าก่อน...กุมารีและหนึ่งกุมารา เราจะพาเจ้าไปขึ้นเขียง เอ๊ย!..ไปร่วมงานเสวนาแถลงข่าว
ซีไรต์ก่อน หลังจากนั้น จะโบกมืออำลาก็ไปเถอะ" หลังจากการพาไปสู่สังคมของคนวรรณกรรม ณ ชั้น ๓๐ ธนาคารกรุงเทพสำนักงานใหญ่สีลม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมนต์บทกวีของกวีซีไรต์จากอาเซียน ๖ ประเทศหรือมนต์ขนมสุดอร่อยจาก bake a wish ก็มิอาจคาดเดาได้ ท่านหญิงทั้งหลายก็ตัดสินใจไม่ย้ายสำนัก หรือประกอบกับการใช้นวัตกรรมการเรียนแบบจิ้มๆกดๆบนแป้นคอมพิวเตอร์เพื่อทำงานส่งทางเว็บไซต์ www.ploykarat.com เลยทำให้การเรียนในเทอมนี้เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและสนุกสนาน น่าขอบคุณไอเดียบรรเจิดของผู้บริหารที่ผลักดันทำให้เกิดห้องสมุด ICT หรือห้องสมุดสื่อทัศน์รัฐประสิทธิ์เสียจริงๆ..เราได้ใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์ทางด้านการเรียนการสอนอย่างสูงสุด ดังนั้นในงานวิชาการประจำปี หรือที่เรียกขานกันว่า งานเทพนิทรรศ ' ๕๓ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๐-๒๑มกราคม ๒๕๕๔ เราจึงมีการเปิดตัววิชาพินิจวรรณกรรมซีไรต์และยกมุมซีไรต์สัมพันธ์ซึ่งอยู่ในห้องสมุดมาจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบ ได้รับความสนใจอย่างคับคั่งจากนักเรียนเทพลีลา ที่สำคัญวิชานี้นั้น สำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษา กรุงเทพมหานครเขต ๒ เขายกย่องให้เป็น BEST PRACTICE ของเขตเชียวนะคะ....สาวๆซีไรต์ที่หมุนเวียนมาทำหน้าที่แนะนำ สาธิต อธิบายให้แก่น้องๆและพี่ๆและผู้สนใจจึงเต็มอกเต็มใจและเต็มที่กับงาน....มิน่าเกรดถึงได้ ๔ เป็นทิว เรียกว่า กลับใจทัน...โปรดดูความน่ารักน่าชังจากภาพละกัน...(งานนี้ครูนัยนา จิตรรังสรรค์ ต้นตำรับวิชาพินิจวรรณกรรมซีไรต์แอบปลื้มเล็กๆ..เฮ้อ เกือบไป นึกว่าจะได้ปิดวิชานี้ซะแล้ว)





























วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เก็บตกกวีซีไรต์..ซะการีย์ยากับบางคำตอบ....

*****ชื่อแปลก..ความหมายทรงค่า "ซะการีย์ยา"..มาจากภาษาฮิบรู แปลว่า "พระผู้เป็นเจ้าทรงรำลึก"
*****๔ ภาษาที่กวีซีไรต์ ซะการีย์ยา สื่อสารได้อย่างคล่องแคล่ว คือภาษามลายู ภาษาไทย ภาษาอังกฤษและภาษาอาหรับ
*****"ปุถุชน" คือนามปากกาของซะการีย์ยา แปลว่า คนธรรมดา
*****การแปลเป็นการเรียนรู้ทางกวีนิพนธ์อย่างหนึ่ง การแปลเก็บรายละเอียดทุกคำมากกว่าการอ่านอย่างเดียว
*****การจะเป็นนักเขียนหรือนักอ่านที่ดีนั้น "ต้องจดตลอดเวลา" กับทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาและเป็นประเด็นที่อยากรู้จัก
*****ในห้องสมุด..ในความเงียบที่ไม่เงียบ เหมือนมีผู้คน มีจิตวิญญาณของผู้เขียนแต่ละคน แต่ละเล่มสิงสถิตอยู่เสมอ
*****จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ แม้แต่ นักวิทยาศาสตร์อย่าง อัลเบิร์ต ไอสไตน์ ยังยอมรับ
*****"ไม่มีหญิงสาวในบทกวี" รวบรวมกวีนิพนธ์ ๓๖ ชิ้นโดยคัดจาก ๖๐ ชิ้น
*****การอ่านหนังสือไม่ควรอ่านประเภทเดียว เราอาจไม่มีความรู้เชื่อมโยงกับเรื่องอื่นๆ










เมื่อกวีซีไรต์..ซะการีย์ยา อมตยาเยือนโรงเรียนเทพลีลา(ตอน ๒)..

หลังเสร็จสิ้นการเสวนา "การอ่านสร้างชีวิต-ลิขิตเขียนได้ดังฝัน" ก็เป็นโมงยามของบรรยากาศซีไรต์สัมพันธ์ระหว่างกวีซีไรต์-ครูและนักเรียนวิชาพินิจวรรณกรรมซีไรต์ ณ มุมซีไรต์สัมพันธ์ในห้องสมุดโรงเรียนเทพลีลา หลายคนหายหน้า สงสัยว่าจะยังไม่ได้เตรียมคำถามหรือเกิดอาการกระดากเก้อเขิน"พี่เช" หรืออย่างไรมิอาจคาดเดา เหลืออยู๋ ๑๐ คนที่ปักหลักมั่น เตรียมคำถามมาพร้อม หลายคำถามได้รับคำตอบที่น่าสนใจอาทิ "การเดินทางของบทกวียังต้องการความหวังให้แพร่ขยายไป ได้รับการอ่าน ปรารถนาให้บทกวีทำให้คนคิดช้าลง ต้องการเวลากับการอ่าน" หรือคำถามเกี่ยวกับ"กรณีวิวาทกับความเงียบ" คำตอบคือ "ความเงียบมีค่าและเป็นเพื่อนที่ดี อยู่เงียบแต่คิดดัง" กับคำถามถัดมาว่า "กุหลาบควรจะอยู่ ณ ที่ใด" และทำไมถึงทุบแจกันทิ้ง? คำตอบที่ได้คือ "บางครั้งบางสิ่งบางอย่างควรอยู่ที่เดิม หรืออยู่ในที่ๆเหมาะสมกว่า เช่น กุหลาบควรอยู่ในสวนดีกว่า "ฯลฯ
ทุกคำตอบของกวีซีไรต์ยังน่าจดจำและน่าติดตามค้นหากันต่อไป ตามวันวัยของผู้ถาม บางคำถาม "พี่เช"ก็ขอสงวนสิทธิ์ที่จะขอเก็บไว้ส่วนตัว(แหม..กวีเขาก็ต้องมีปรัศนีหัวใจกันบ้างแหละน่า)
ช่วงสุดท้ายก่อนอำลา นักเรียนศูนย์ข่าวเยาวชนไทยก็ทำหน้าที่นักข่าวรุ่นเยาว์สัมภาษณ์กวีซีไรต์อีกหลายคำถาม เป็นการฝึกทักษะ กล้าๆหน่อยเพราะดูพี่เชออกเป็นกันเอง น่ารักออกอย่างนั้น จากนั้นก็ถ่ายภาพหมู่ ภาพเดี่ยวอีกมากช็อต พี่เชก็ยิ้มเรื่อย ครูนัยนามอบของที่ระลึกเป็นแจ็คเก๊ตผ้าหม้อห้อม OTOPจากเมืองแพร่ ดูท่ากวีซีไรต์จะปลื้ม หนาวนี้(ถ้ามี)คงพอช่วยให้อบอุ่นบ้างนะเจ๊า...







วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เมื่อกวีซีไรต์..ซะการีย์ยา อมตยาเยือนโรงเรียนเทพลีลา(ตอน ๑)..

วันนี้ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ชาวเทพลีลาต่างตื่นเต้นดีใจเมื่อซะการีย์ยา อมตยา กวีซีไรต์เจ้าของผลงานกวีนิพนธ์ ไม่มีหญิงสาวในบทกวี ให้เกียรติร่วมเสวนาในกิจกรรมวันพบนักเขียนคนดัง-นักอ่านคนเด่น ในหัวข้อ "การอ่านสร้างชีวิต-ลิขิตเขียนได้ดังฝัน" ณ ห้องประชุมพิพัฒนปริยัติสุนทรร่วมกับตัวแทนนักเรียนศิษย์เก่าเทพลีลา อดีตประธานศูนย์ข่าวเยาวชนไทยโรงเรียนเทพลีลา ๒ คนคือ ศิวกร เกษรราช นักศึกษาปี ๓ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาและกนกพร แดงวิจิตร นักศึกษาปี ๑ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น โดยมีคณะครูและนักเรียนเข้าร่วมรับฟังการบรรยายอย่างคับคั่ง รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการกล่าวต้อนรับและมอบของที่ระลึก พี่เชหรือซะการีย์ยามาในมาดสบายสไตล์ซีไรต์ เสื้อเชิ้ตสีเทาขรึมอมฟ้าจางๆ กางเกงยีนส์และหมวกหนังใบเท่สีน้ำตาล สะพายย่าม รอยยิ้มระบายบนใบหน้าแฝงเสน่ห์ลุ่มลึกใต้ครึ้มเคราและหนวดเข้ม การเสวนาเป็นไปอย่างออกรสมีเสียงหัวเราะแทรกเป็นระยะๆ หลังการเสวนาเป็นการรุมถ่ายรูปหมู่ของครูและนักเรียนสลับกันไปอย่างเป็นกันเอง..(โปรดดูจากภาพและติดตามตอนที่๒)