รายการ สถานีสุวรรณภูมิ

เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน




คือบัณฑิตเพลิงชมพูครุศาสตร์
มหาบัณฑิตสมมาดสาวอักษร
จามจุรีศรีจุฬาถิ่นนาคร
ที่เสกพรให้เป็น"ครู"รู้ค่างาน

วันอังคารที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2553

มุมมองของคุณงามพรรณ เวชชาชีวะที่มีต่อการเรียนการสอนวิชาพินิจวรรณกรรมซีไรต์

๑๐. คุณงามพรรณ เวชชาชีวะ นักเขียนซีไรต์ ปี ๒๕๔๙ จากผลงานนวนิยาย ความสุขของกะทิ แสดงทัศนะว่า


" การได้พบกับนักเรียน ๒ ลักษณะ ทั้งที่ในห้องเรียนและนอกห้องเรียน วิทยากรหรือผู้เขียนได้เห็นผู้อ่าน ได้ฟังข้อคิดเห็น จริงๆแล้วโอกาสที่จะได้พบคนอ่านมีน้อย ถ้าเราตั้งใจเขียนงาน...เวลาเด็กๆเขาคุยซักถามประเด็นต่างๆ เราก็นึกย้อนว่า..ตรงไหมกับที่คิดไว้..ตัวนักเรียนเองก็ได้เห็นการทำงานจริงๆของผู้เขียนว่าการทำงานทุกอย่างมีขั้นตอน มีการลองผิดลองถูก ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืนต้องอาศัยแหล่งความรู้...ไม่ว่าจะเป็นตัวบุคคลหรืออื่นๆ มิฉะนั้นความสำเร็จเกิดขึ้นได้ยาก...การเรียนการสอนแบบนี้เป็นส่วนเสริม...ถ้าเกิดได้หรือทำได้ก็น่ายกย่องครูผู้สอน.เด็กๆก็ได้จดจำเป็นพิเศษ เด็กจะได้หรือไม่ได้ การเตรียมงานของครูผู้สอนมีส่วนมาก..ถ้าไม่ชัดเจน ผลลัพธ์ที่เด็กได้ก็ไม่เหมือนกัน..ดีค่ะ
ที่มีการเรียนการสอนแบบนี้ เป็นแรงบันดาลใจ ให้เด็กเกิดความรู้สึกที่ดี น่าจะทำต่อไปได้..ที่สำคัญอยู่ที่ตัวเด็กเองด้วย "


















24 ความคิดเห็น:

  1. จากหนังสือ 60ล้านดวงใจถวายพ่อ
    คัดเลือกของงามพรรณ เวชชาชีวะ นักเขียนซีไรต์ให้อ่าน วิเคราะห์และวิจารณ์

    นาวาชีวิตเคลื่อนคล้อยตามกระแสกรรมพัดพา
    หากไร้หลักยึดเหนี่ยวย่อมเคว้งคว้างล่องลอยไร้จุดหมาย
    หากมีธงชัยในชีวิตพร้อมอุทิศเพื่อผู้อื่นย่อมเพิ่มคุณค่าให้ลมหายใจ
    เดินตามรอยพระยุคลบาทสละสุขส่วนพระองค์เพื่อผู้ยาก
    นั่นคือมงคลสูงสุดแห่งชีวิต.......
    ..................
    ความทรงจำสูญหายชวนเสียดายหากเป็นนาทีสุขใจ
    ภาพถ่ายของที่ระลึกสิ่งเตือนใจจึงมากค่าเมื่อเก็บเศษเสี้ยวจากกาลเวลาไว้ให้องค์พระประมุขสูงสุดเสมอไม่ว่า ณ ที่ใดในหัวใจประชา
    เป็นมิ่งขวัญปกแผ่รวมใจคมชัดเสมอในทุกภาพความทรงจำ

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ8 กุมภาพันธ์ 2554 22:20

    น.ส.ชุติกาญจน์ ทองคำสาร ม.4/5

    วิจารณ์หนังสือ"60ล้านดวงใจถวายพ่อ"ของคุณงามพรรณ เวชชาชีวะ
    "ชีวิตก็เหมือนแม่น้ำ ต้องพัดผ่านเหมือนสายลมที่พัดมาแล้วก็พัดไป
    หากไร้ที่ยึดก็ย่อมอยูคนเดียวและโดดเดี่ยวเป็นธรรมดา "
    "ในหลวงเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทยทุกคน ทุกคนเทิดทูนและเอา
    พระองค์เป็นแบบอย่าง ชาวไทยรักและบูชา เวลาเราเดินไปไหน
    จะกี่บ้านก็จะมีรูปพระองค์ท่านติดอยุ่ในบ้าน ทั่วทุกภาคจะมี
    ความรู้สึกเหมือนกันหมดคือเทิดทูนและมีความจงรักภักดีต่อในหลวง
    เป็นที่สุด ดิฉันรู้สึกว่าโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย มีพระองค์เป็นพระ
    ประมุขของแผ่นดิน"...

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ8 กุมภาพันธ์ 2554 22:25

    น.ส. มณีรัตน์ กินรี ม.4/3 เลขที่ 13
    จากบทความข้างต้น "จากหนังสือ 60ล้านดวงใจถวายพ่อ"
    คัดเลือกของงามพรรณ เวชชาชีวะ นักเขียนซีไรต์ให้อ่าน วิเคราะห์และวิจารณ์ ชีวิตทุกชีวิตต้องเดินตามทางของตัวเองแต่ถ้าหากไร้สิ่งที่ยึดเหนี่ยวก็ย่อมอยู่แบบไร้จุดหมายและปปลายทางแต่ถ้ามีผู้นำชีวิตก็ย่อมมีชัยไปกว่าครึ่งและเปรียบเสมือนการเพิ่มพลังเป็นแรงจูงใจเปรียบกับการเดิมตามรอยคอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของคนไทยที่ทุกคนพร้อมใจที่จะเดิมตามทางของท่านความสุขที่สุขของพระองค์คือการเห็นคนไทยรักใคร่ปรองดองกัน สามัคคีคือพลัง ถ้ามองย้อนไปกับภาพที่ท่ายทอดอารมณ์ที่เคยสุขสมกับคนไทยและมองย้อนกลับมาในปัจจุบันแค่เสี้ยวเวลาแค่เสี้ยววินาทีไม่ว่าพระองค์อยู่ที่ไหนพระองค์ก็คือจุดสูงสุดอยู่ที่หัวใจของประชาชนเสมอพระองค์ทรงเป็นผู้นำเป็นผู้ปกครองของแผ่นดินตลอดไปภาพทุกภาพยังคงชัดเจนกับภาพความทรงจำ

    ตอบลบ
  4. ไม่ระบุชื่อ8 กุมภาพันธ์ 2554 22:27

    น.ส.ภาวิณี มินโด ม.4/4

    จากหนังสือ60ล้านดวงใจ ที่มีนักเขียนซีไรต์เขียนถึง8คน
    หนังสือเล่มนี้ทำให้ได้รู้ว่าทุกคนต้องยึดหลักตามแบบของพ่อหลวง เพราะพระองค์ทรงมีความคิดที่ดีเลิศ ไม่ว่าเราจะทำอะไรเราก็ควรคิดไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน และควรยึดหลักตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพราะเมื่อทุกคนมีความพอเพียงก็จะมีความสุขกับสิ่งที่เรามี ไม่ต้องไปไขว่คว้าหาอะไรอีกแล้ว ถ้าเราหยุดอยู่กับตัวเอง เราก็จะมีความสุขทางใจ มีจิตใจที่สงบ หนังสือเล่มนี้ทำให้ได้ข้อคิดว่าเราควรพอใจในสิ่งที่เรามี แค่เราได้อยู่กับสิ่งเรารัก เราก็มีความสุขมากพอแล้ว ไม่ต้องไปแก่งแย่งชิงดีกับใคร !!

    ตอบลบ
  5. นางสาว พนิดา เกตุพจน์ ชั้นม.4/5

    จากหนังสือ 60ล้านดวงใจถวายพ่อ

    ความรู้สึกที่ได้อ่านส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ เนื้อหาเขียนเกี่ยวกับสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือในหลวงของเรา ที่ท่านทรงเหน็ดเหนื่อยเพื่อให้ประเทศ และประชาชนอยู่อย่างเป็นสุข ในทุกยุคทุกสมัย

    สำหรับในความรู้สึกของดิฉันแล้ว ความทรงจำต่างๆที่มีต่อท่าน มักถ่ายทอดผ่านทางรูปถ่าย หรือสื่อต่างๆเท่านั้น เพราะตัวดิฉันเองเกิดและเติบโตมาในยุคที่ท่านทรงชราภาพมากแล้ว พ่อ แม่ และคนในครอบครัว ได้แต่บอกพระราชกรณียกิจที่ท่านทรงทำผ่านทางรูปถ่ายในปฏิทิน หรือสมุดรวบรวมรูปการทรงงานของท่าน
    คำพ่อคำแม่สอนให้จงรักภักดีต่อท่านติดอยู่ในความทรงจำของดิฉันยันโตขึ้น เริ่มรู้เรื่องในการสืบค้นข้อมูลต่างๆผ่านทางอินเตอร์เน็ต หนังสือ หรือช่องรายกายต่างๆ แม้แต่การไปชมภาพยนตร์เราก็จะต้องยืนตรงเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี และก็จะมีรูปที่ท่านทรงงานในครั้งอดีตให้เราได้ชม และได้รับรู้ว่า 'พ่อหลวงของเรา' นั้นทรงเหน็ดเหนื่อยมากแค่ไหน ดิฉันเห็นด้วยกับข้อความที่คุณงามพรรณแต่งค่ะ เพราะบางความทรงจำนั้น เราก็เก็บรักษามันไม่ได้ จนลืมไปในที่สุด... สิ่งที่เป็นเครื่องเตือนความจำที่ดีอีกอย่างหนึ่ง นั้นก็คือ รูปถ่าย...

    ตอบลบ
  6. ไม่ระบุชื่อ8 กุมภาพันธ์ 2554 22:37

    จากที่ดิฉันได้อ่านบทความของคุณ งามพรรณ เวชชาชีวะ นักเขียนซีไรต์จากหนังสือ60ล้านดวงใจถวายพ่อ เนื้อหาในบทความจะเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่าพระองค์ทรงเป็นที่รักของชาวไทยทุกคนยอมสละความสุขของพระองค์เพื่อชาวไทย พระองค์ทรงงานหนักเพื่อพสกนิกรชาวไทยทุกคนทรงทำพระราชกรณียกิจหลายอย่างและให้แนวคิดหลายอย่างในการดำรงชีวิต เช่น ดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง พระองค์เปรียบเสมือนร่มโพธิ์ร่มไทรให้คนไทยยึดเหนี่ยวและให้ความร่มเย็น ความสงบสุขกับคนไทยทุกคนแค่มีในหลวงก็เหมือนได้มงคลสูงสุดแห่งชีวิต ดิฉันเชื่อว่าทุกคนต้องมีรูปพระองค์อยู่ที่บ้านไม่ว่าจะเป็นปฎิทินที่มีรูปพระองค์หรือรูปถ่ายของพระองค์ที่ทำพระราชกรณียกิจต่างๆ รูปพระองค์เป็นรูปที่มีทุกบ้านเป็นรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ มีไว้เพื่อระลึกและเตือนใจของทุกคน พระองค์เป็นพระมิ่งขวัญที่อยู่ในความทรงจำของชาวไทยทุกๆคนตลอดไป สุดท้ายนี้ก็ขอให้พระองค์มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง มีความสุขตลอดไปอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับพวกเรา ขอให้พระชนมายุยืนนานตลอดไป ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ
    น.ส. ทิพวรรณ แจ่มจิตต์ ชั้น ม.4/3 เลขที่ 19

    ตอบลบ
  7. น.ส.ปิยพร พูนทา ม.4/4 เลขที่29
    จากหนังสือ 60ล้านดวงใจถวายพ่อ คัดเลือกของงามพรรณ เวชชาชีวะ
    จากที่ได้อ่านรู้สึกว่าดีมากตรงจริงกับที่ดิฉันได้เห็นและได้ฟังมา อ่านแล้วรู้สึกซาบซึ้งใจมากที่ได้เกิดที่ประเทศไทยที่มีพระมหากษัตริย์ที่ดีที่ทรงปกครองประเทศไทยอย่างดี และดิฉันเชื่อว่าภาพที่ทุกบ้านก็ต้องมีคือภาพของพระมหากษัตริย์หรือที่เรียกภาษาชาวบ้านว่าในหลวง ซึ่งเป็นภาพที่ไม่ว่าศาสนาใดก็มีทุกบ้าน ซึ่งแต่ละภาพก็จะมีภาพที่ในหลวงทรงไปทำงานในสถานที่ ที่ลำบาก และได้เห็นเหงื่อของท่านซึ่งทางแต่ละทางที่ท่านต้องเดินทางไปและทรงไปเยี่ยมคนที่อยู่ที่ไกล และแต่ละรูปก็จะทำใรได้เห็นความทรงจำที่ดีและความลำบากของท่นที่ทรงได้ทำเพื่อประชาชน และดิฉันเชื่อว่าความทรงจำนี้จะอยู่ในหัวใจของคนไทยตลอดไป และจะเป็นความทรงจำที่ล้ำมากที่สุดในชีวิตของคนไทย และจะจดจำกันไปไม่มีการลืม

    ตอบลบ
  8. ไม่ระบุชื่อ8 กุมภาพันธ์ 2554 22:39

    น.ส วรานุช แสนเมืองมา ม.4/4

    จากหนัสือเล่ม60ล้านดวงใจ ถวายแด่ในหลวง ซึ่งมีนักเขียนซีไรต์
    8คน
    หนังสือเล่มสีทองที่ อ.นัยนา ให้ดูส่วนมากจะพูดถึงในหลวงของประชาชน
    คนไทยทุกคน และเกี่ยวกับความสามัคคี ความรักที่บริสุทธิ์ หรือไม่....
    ก็ภาพที่ในหลวงมีความสุขและช่วยราษฎรทุกที่ ไม่ว่าภาคเหนือ กลาง อีสาน
    และใต้ และทุกคนควรหันมาสามัคคีกัน ถ้ามองในยุคปัจจุบัน ทุกคนล้วนแต่
    คิดถึงแต่ตัวเอง ไม่มองถึงส่วนรวม มีความเห็นแก่ตัว ถ้าทุกคนมีความเห็นใจ
    ซึ่งกันและกัน มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน ทุกคนก็จะมีแต่ความสุข ไม่ต้องมาทะเลาะเบาะแว้ง มีเรื่องบาดหมางกันแบบปัจจุบันนี้ ดังนั้้นเราควรจะทำความดีเพื่อถวายแด่ในหลวง ผู้ที่เป็นประมุขของไทยเรา และรักกันๆให้มากดีกว่าค่ะ !

    ตอบลบ
  9. น.ส.กุลจิรา อากาศ ม.4/4 (เพิ่มเติมวรรณกรรมซีไรต์)

    ชีวิตเคลื่อนไหวเหมือนสายสมที่พัดพา ถ้าไม่มีสิ่งที่เหนียวรั้งไว้ก็อาจจะล่องลอยไปอย่างไร้จุดหมายและถ้ามีสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดการที่จะอยากอยู่ต่อไปก็อาจจะทำให้ชีวิตมีคุณค่ามากขึ้น จากบทกวีข้างตนที่กล่าวไว้ ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าถ้าเราไม่มีในหลวง ไม่มีกษัตริย์ที่ดีเป็นห่วงประชากรอย่างนี้ เราก็อาจจะเป็นคนที่ไม่รู้จักทุวามดีหรือเป็นคนที่ไม่มีศีลธรรมและไม่รู้จักการใช้ชีวิตที่เป็นอยู่ได้ ในหลวงถึงท่านจะทรงเป็นกษัตริย์แต่ท่านก็ยังทรงมีความ
    มัธยัตในการใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่างและหยัด อย่างเช่นยาสีฟัน ท่านทรงใช้จนหลอดของยาสีฟังแบนจนแห้ง

    ดังนั้นถ้าเราทำตามพระยุคลบาทของท่านเราก็จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ถึงแม้ว่าเราจะไม่มีเงินมากมายเหมือนกับท่าน และฉันก็เชื่อว่าไม่มีบ้านไหนที่จะไม่มีรูปท่านติดยู่ที่ฝาผนัง ไม่ว่าบ้านนั้นจะพุพังหรือซอมซ่อแค่ไหนฉันเชื่อได้ว่าจะต้องมีรูปท่านอย่างแน่นอน เพราะท่านทรงเป็นตัวอย่างที่ดีของคนไทยทุกคน และทุกคนก็ต้องรักท่านอย่างแน่นอน :)

    ตอบลบ
  10. นางสาวนฤมล อำมะลา ม.4/4 วิชาพินิจวรรณกรรมซีไรต์
    วิจารณ์หันงสือเรื่อง 60 ล้านดวงใจถวายพ่อ
    คัดเลือกของ งามพรรณ เวชชาชีวะ นักเขียนซีไรต์
    ในชีวิตของของคนทุกคน ต้องมีจุดมุ่งหมาย ต้องมีแรงบันดารใจ ต้องมีที่ยึดเหนียวจิตใจ ไม่อย่างนั้นชีวิตของเราก็จะสับสนวุ่นวายไปหมด หากมีผู้ที่ไห้แนวทางในการใช้ชีวิตที่ดี มีคำสอนสั่ง ไห้เราปฏิบัติตามในทางที่ถูกต้อง ชีวิตของเราก็จะมีแต่สิ่งดีๆ ดั่งในหลวงของเรา ที่มีคำสอนต่างๆ เช่นสอนการใช้ชีวิต การประพฤติตนต่างๆ ในหลวงทรงอยากไห้ทุกคนเป็นคนดี ถ้าๆทุกคนทำตามที่ในหลวงบอก ชีวิตก็จะมีแต่สิ่งมงคล
    ในหลวงอยู่ในความทรงจำของทุกๆ คน ไม่ว่าจะนานแค่ไหน จะเป็นสิ่งที่ผ่านมาจะนานมาแล้ว คนไทยก็ยังมีความรู้สึกสุขใจ อยู่เสมอ ตอลดมา และตลอดไป

    ตอบลบ
  11. ไม่ระบุชื่อ8 กุมภาพันธ์ 2554 22:45

    น.ส. ซัลมา รัตนสินอนันต์ ม.4/3เลขที่15
    ชีวิตของเราก็พัดปลิวไปมาตามลมไม่มีที่ยึดเหนี่ยวไร้จุดมุ่งหมายแต่มีธงชัยมาเพิ่มจุดมุ่งหมายให้ชีวิตและเพิ่มคุณค่าแห่งลมหายใจการเดินตามรอยเท้าพ่อนั้น ถืงเป็นกุศลสูงสุดเพราะเป็นการสละทรัพย์บางส่วนให้แก่ผู้ยากไร้
    ...............................................
    ความทรงจำต่างๆอาจเลือนหายไปตามกาลเวลานาทีที่เราสสุขใจก็อาจลบเลือนหายไปภาพถ่ายของที่ระลึกจะมีจึงมีคุณค่าเหมือนเป็นการเก็บเศษเสี้ยวของเวลาแห่งความสุขไว้ให้กับเราภาพแต่ละภาพของพระองค์จึงเป็นภาพแห่งกาลเวลาที่ประชาชนปราบปลื้มและอยู่ในความทรงจำตลอดไป

    ความคิดของฉันการตามรอยเท้าพ่อโดยเฉพาะการบริจาคสิ่งของให้ผู้ยากไร้นั้น ถือเป็นทานสูงสุด ภาพแต่ละภาพของในหลวงที่กำลังบริจาคของภาพที่กำลังยืนเช็ดเหงื่อหลายภาพเป็นภาพที่ประชาชนที่อยู่ที่นั่นปราบปลื้มล้วนมีความปลื้มปิติ แม้เวลาจะผ่านล่วงเลยมาแต่ภาพเหล่านั้นก็เหมือนเป็นเศษเสี้ยวของเวลาแห่งความสุขให้นึถึงท่านตลอดไป

    ตอบลบ
  12. ไม่ระบุชื่อ8 กุมภาพันธ์ 2554 22:47

    น.ส.นิภารัตน์ ศรีพิโรจน์ ชั้น ม .4/6

    จากหนังสือ 60ล้านดวงใจถวายพ่อ

    คนไทยส่วนใหญ่มักคิดว่าการที่เราอยู่รวมกันโดยที่ต่างคนต่างอยู่จะทำให้บ้านเมืองเป็นสุขแต่ไม่ใช่อย่างที่คิดเพราะการที่เราต่างคนต่างอยู่จะทำให้เราไม่รู้จักความสามัคคีเราจึงต้องการที่พึ่งและที่พึ่งของคนไทยคือพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ได้ไปเยี่ยมแต่ละหมู่บ้านเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นแต่พระองค์ก็ไม่รู้จักคำว่าเหนื่อยเพราะพระองค์ไม่เคยคิดจะทอดทิ้งประชาชนไทยจึงไม่มีคิดจะเลยแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศการที่พระองค์ทำให้คนไทยไม่ใช่ว่าพระองค์คิดที่จะหวังผลตอบแทนใดๆการที่เพราะองค์ทำแบบนี้ให้กับชาวไทยเพราะอยากเห็นคนไทยรู้จักรักสามัคคีกับและต้องการให้คนไทยใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงและไม่ใช้จ่ายมากเกินกว่ารายรับของตนเองเพราะการที่เราให้จ่ายโดยที่ไม่ประมาณตนเองจะทำให้เราเป็นหนี้เป็นสินได้

    ตอบลบ
  13. ไม่ระบุชื่อ8 กุมภาพันธ์ 2554 22:47

    นางสาว ศิรินภา วรรณโสภา ชั้น ม 4/6 เลขที่ 42

    ชีวิตของคนเราต่างคนก็ต่างทีไม่มีจุดหมาย
    ปลายทางกันสักเท่าไร หรือบางคนก็อาจจะมี
    ชีวิตก็เหมือนลม ที่พัดผ่านไปทั่ว ไม่รู้ว่าจะทำอะไร
    แต่พระเจ้าอยู่หัวก็ สละความสุข เพื่อเข้าถึง
    ความทุกข์ ของชาวบ้าน ลงมาสร้างความสุข
    ให้ประชาชนทั่วไป ประชาชนทุกคมเดินตามลอย
    พ่อหลวงมาจนถึงทุกวันนี้ ยอมสละความสุขทั้งหมด
    เพื่อประชาชนทีทุกข์ยาก และเราทุกคนก็จงรักภัคดี
    ต่อในหลวงของเรา ไม่ว่าจะเรื่องอะไรเราก็ทำ
    เพื่อนในหลวงของเราอย่างไม่ท้อถอย

    ตอบลบ
  14. ไม่ระบุชื่อ8 กุมภาพันธ์ 2554 22:54

    น.ส.สาวิณี เดชะเมธากุล ม.4/6 เลขที่ 33

    จากหนังสือ60ล้านไทยถวายพ่อ หนังสือเล่มนี้ทำให้คนรู้จักทำหลักการหลักการยึดเหนี่ยวตามพ่อหลวง พ่อหลวงท่านทรงมีแนวคิดเป็นเลิศ โดยการพัฒนาประเทศ
    ให้มีความร่มเย็นและสวยงามไปด้วยต้นไม้หลากหลายชนิด พ่อหลวงท่านทรงมี
    ความรักแก่ประชาชนเป็นอย่างมากพ่อหลวงท่านเสร็จพระราฃดำเนินไปเยี่ยม
    ประชาชนและได้ถามสารทุกข์สุขดิบว่าการเป็นอยู่เป็นยังไงเดือนร้อนเรื่องอะไร
    และอะไรที่จะให้บำรุงสร้างให้หรือเปล่าเพราะฉะนั้นเราประชาชนไทยควรจะช่วย
    กันทำความดีถวายพ่อหลวงเพื่อจะให้พ่อหลวงนั้นมีแต่ความสุขมีสุขภาพที่แข็งแรง
    และที่สำคัญคนไทยทุกคนซึ่งเป็นลูกของนายหลวงควรจะรักสามัคคีกันให้มาก ๆ
    เพื่อจะได้ให้นายหลวงมีความสุขและประเทศชาติก็จะได้มีความเจริญก้าวหน้า
    และทำให้ผู้คนจากประเทศอื่น ๆ ได้เข้ามาประเทศไทยให้มากขึ้นเพื่อจะทำให้
    ประเทศไทยมาความเจริญมากขึ้น

    ตอบลบ
  15. ไม่ระบุชื่อ8 กุมภาพันธ์ 2554 22:54

    น.ส เพียงมนต์ มุ้ยจีน นักเรียนพินิจวรรณกรรมซีไรต์ เลขที่ 32 ม.4/4

    จากหนังสือ 60ล้านดวงใจถวายพ่อ
    คัดเลือกของงามพรรณ เวชชาชีวะ นักเขียนซีไรต์ให้อ่าน วิเคราะห์และวิจารณ์

    ดิฉันภูมิใจและปลาบปลื้มใจทุกครั้งที่ได้เห็นนักเขียนซีไรต์แต่งบทกลอนเกี่ยวกับพระเจ้าอยู่หัวของเรา เพราะมันทำให้ดิฉันรู้สึกซาบซึ้งปลาบปลื้มและดีใจมาก ๆ ...ไม่ว่าจะที่ใดๆ ในประเทศไทยนี้ประชาชนทุกๆคนย่อมรักและเคารพพระเจ้าอยู่หัวของเราทุกคน เพราะท่านทำงานหนักเพื่อผู้คนประชาชนที่ตกทุกข์ได้ยาก คอยช่วยเหลือพสกนิกรของท่านอย่างไม่รู้จักเหนื่อยเพื่อให้ประชาชนทุกๆคนมีความสุขอยู่ดีกินดี ประเทศก้าวหน้าเจริญ และประชาชนทุกคนยังเดินตามรอยพระบาทของพระเจ้าอยู่ไปในทางที่ดีซึ่งถือว่าเป็นมงคลต่อชีวิตมาก ๆ ในมุมมองของดิฉัน ดิฉันคิดว่าคุณงามพรรณ ได้แต่งเอาไว้สุดยอดมาก ๆๆ สามารถนำเรื่องของพระจ้าอยู่หัวมาร้อยเรียงกันได้ซาบซึ้งและสามารถสื่อให้ผู้อ่าน เกิดความรู้สึกซาบซึ้งปลาบปลื้มเช่นกัน ^___^

    ตอบลบ
  16. ไม่ระบุชื่อ8 กุมภาพันธ์ 2554 22:55

    น.ส.นทีทิพย์ บินโอมา ม.4/6
    จากหนังสือ 60ล้านดวงใจถวายพ่อ
    จากที่ดิฉันอ่านมานี้ ชีวิตคนเราทุกคนไม่ว่าจะเกิดที่ไหนเราก็ต้องมีหลักยึดเหนี่ยวจิตใจของทุกคน ไม่งั้นจิตใจเราก็คงต้องเคว้งคว้างล่องลอยอย่างไร้จุดหมาย และดิฉันคิดว่าทุกคนคงจะมีพ่อของแผ่นดินเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเพื่อที่เราจะได้เพิ่มคุณค่าให้กับชีวิตของคนเรา เพิ่มคุณค่าให้กับลมหายใจ ประชาชนทุกคนคงต้องเดินตามรอยเท้าของท่านเพื่อยาติ พี่-น้อง ของเราทุกคนจะได้มีความสุขและไม่คิดว่าพวกเขาด้อยกว่าคนอื่น ส่วนภาพถ่ายเราทุกคนสามารถถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึกในวันที่เราอยากจะหวนวันเวลาเก่าๆเราก็สามารถนำกลับมาดูได้เสมอ...และดิฉันก็อยากจะเก็บภาพของพระองค์ท่านเอาไว้ตลอดไป

    ตอบลบ
  17. ไม่ระบุชื่อ8 กุมภาพันธ์ 2554 22:55

    น.ส.อนงค์นาฏ หวังจันทร์ ชั้นม.4/6 เลขที่ 39

    เรื่อง 60ล้านดวงใจถวายพ่อ
    ดิฉันมีความคิดเป็นเกี่ยวกับในเรื่องนี้
    ชีวิตของคนเราในตอนนี้ต่างคนต่างไม่มีจุดปลายทาง
    เราทุกคนก็เปรียบเหมือนกับลม ที่ลอยไม่ตามกระแส
    ไม่มี่จุดปลายทาง แต่ถ้าตัวเราเพิ่มคุณค่าให้กับชีวิตเรา
    ให้กับลมหายใจของเรา เราควรเดินตามรอยพระองค์
    และเราก็จะมีแต่ความสุขกับตัวเราเองจะทำให้เรา
    มงคลกับชีวิต
    และความทรงจำที่ไม่สูญหายกับตัวเราที่มีสุขใจ
    ที่มีรูปถ่ายและของที่ระลึกซึ่งเป็นสิ่งเตือนใจของพวกเรา

    ตอบลบ
  18. ไม่ระบุชื่อ8 กุมภาพันธ์ 2554 22:57

    น.ส. ศศิธร ดอกพอง ม. 4/5

    จากการอ่านบทความนี้แล้ว ฉันคิดว่า...

    บทความนี้ชี้ให้เห็นถึง ในหลวงของชาวไทยนั้น ต่างเหน็ดเหนื่อยต่องานที่ทำอย่างไม่ย่อท้อลำบาก เพื่อให้คนไทยรู้แนวทางในการปฏิบัติเปลี่ยนวิถีชีวิตให้รู้จักเศรษฐกิจพอเพียง ในหลวงทรงมีแนวคิดริเริ่มต่างๆ ที่จะพัฒนาถิ่นฐานและประชาชนของพระองค์ให้อยู่ดีทีสุข ปลูกผักสวนครัวไว้ในบ้านตนเอง รู้จักแบ่งที่ทำกินแบบผสม ทรงเดินทางไปในที่ต่างๆ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาถิ่นกันดารที่เข้าไม่ถึง จนมีความสำเร็จผู้คนอยู่กินโดยมีความสุข และพวกเขาก็ต่างนับถือพระองค์ด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์และศรัทธาในตัวพระองค์ที่สามารถฉุดชีวิตของปวงชนมาจนถึงทุกวันนี้ ภาพความทรงจำมากมายจดจำไว้ภายในความนึกคิดของคนไทยที่ครั้งนึงพระองค์เสด็จมาเยี่ยมเยือนประชาชนและนำพาความเจริญมาสู่ถิ่นฐานนั้น ณ บัดนี้มีเพียงรูปถ่ายที่บันทึกเรื่องราวของพระองค์ไว้ ท่านยังอยู่ในใจของคนไทยทั้งปวงตลอดมาและตลอดไป...

    ตอบลบ
  19. ไม่ระบุชื่อ8 กุมภาพันธ์ 2554 22:57

    น.ส.ชลนิชา ทินบุตร ม.4/6

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้ไปเยี่ยมบ้านเมือง
    บ้านทุกบ้านมีแต่รูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
    ไม่มีบ้านไหนที่ไม่มีรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
    เพราะพระองค์เป็นผู้ที่สูงส่งเราต้องมีความศรัทธา
    และเป็นแรงบันดานใจให้กับทุกคนชวนไทยทั้งหมด
    ไม่ว่าจะเรื่องอะไรจะทำอไรก็นึกถึงพระองค์ก่อนที่จะทำ
    ทำในสิ่งที่ดีงามจงเคารพนับถือไว้บูชามีความสามมัคคี
    รักกันไว้ไม่ทะเลาะกันรักพ่อหลวงตลอดไป

    ตอบลบ
  20. ไม่ระบุชื่อ8 กุมภาพันธ์ 2554 22:59

    น.ส.ชลิตา สุทธาวสินธุ์ ม4/5

    จากการที่ได้อ่านบทความฉันคิดว่า
    เนื้อหาทั้งหมดที่ดิฉันได้อ่านจะกล่าวถึงการที่พระพระเจ้าอยู่หัวได้กล่าวไว้ว่าถ้าเราไร้ที่ยึดเหนี่ยวก็จะทำให้เราไร้จุดหมายที่เราตั้งเอาไว้ และพระเจ้าอยู่หัวก็ยังทรงเหน็ดเหนื่อยและเสียสละสิ่งต่างๆเพื่อประชาชน ซึ่งท่านได้คิดโครงการเศรษฐกิจพอเพียงขึ้นเพื่อที่จะให้ประชาชนทุกคนนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงนี้ไปใช้เพื่อที่จะได้ทำมาหากินกันได้อย่างสะดวก และไม่ว่าประชาชนจะเดือนร้อนเพี่ยงใดพระองค์ก็จะตามไปดูและไปพัฒนาสิ่งต่างๆให้มันฟื้นฟูขึ้นและนอกจากนั้นพระองค์ก็ยังทรงไปให้กำลังใจประชาชนเพื่อที่จะได้ให้ประชาชนมีกำลังใจที่จะสู้ต่อไปและพระองค์ก็ยังทรงให้คำสั่งสอนดีๆแก่ประชาชนและให้ความสุขสงบแก่เรา และพระองค์ก็ยังทรงเป็นที่ศรัทธาและบูชากับทุกคน ซึ่งฉันคิดว่าบ้านทุกๆบ้านของประชาชนก็จะมีรูปภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวติดไว้อยู่ทุกบ้าน และทุกๆคนก็ต่างเทิดทูนและเก็บความทรงจำดีที่เราทำต่อพระองค์ไว้ในใจเราเสมอ ซึ่งฉันดีใจที่ฉันได้เกิดมาเป็นคนไทยเพราะเรามีแบบอย่างที่ดีและมีคำสั่งสอนต่างๆมากมายจากพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

    ตอบลบ
  21. ไม่ระบุชื่อ8 กุมภาพันธ์ 2554 23:15

    น.ส.พฤกษชาติ เชียงเสือ ม.4/3 เลขที่36
    จากที่ได้อ่านบทความของคุณงามพรรณ เวชชาชีวะ จากหนังสือ60ล้านดวงใจถวายพ่อแล้ว
    ชีวิตคนเราทุกชีวิตมีคุณค่าและคนทุกคนมีจุดมุ่งหมายของตัวเองและมักจะเดินทางไปในทางของตัวเอง แต่ถ้าคนเราไม่มีที่ยึดเหนี่ยวชีวิตก็คงจะไปไม่ถึงจุดหมายปลายทางที่ตั้งไว้
    และในเรื่องนี้ยังกล่าวถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงเป็นที่รักของปวงชนชาวไทยทุกคน ท่านทรงยอมเสียสละเพื่อปวงชน ทรงงานหนักเพื่อราษฎร และยังทรงคิดค้นหลักเศรษฐกิจพอเพียง และในหลวงยังทรงเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของปวงชนชาวไทยเสมอ และถ้าคนเราเดินตามรอยของในหลวงก็คงจะใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขบ้านทุกบ้านจึงมีพระบรมฉายาลักษณ์ของท่านทุกบ้าน เพราะในหลวงทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยและจะอยู่ในความทรงจำของปวงชนชาวไทยตลอดไป สุดท้ายนี้ก็ขอให้พระองค์มีพระชนมายุยิ่งยืนนานตลอดไป

    ตอบลบ
  22. ไม่ระบุชื่อ8 กุมภาพันธ์ 2554 23:22

    น.ส.สุภาพรณ์ กันทา ม.4/6
    จากหนังสือ 60ล้านดวงใจถวายพ่อ
    จากเรื่องที่อ่านมานี้ก็คือชีวิตของคนเรานั้นมันก็จะเคลื่อนคล้อยมาตามกระแสกรรมที่พัดพาและชีวิตนั้นมันก็จะยากไร้ยึดเหนี่ยวยอมเคว้งคว้างล่องลอยไปตามจุดเป้าหมายและถ้าในชีวิตของเรานั้นมีธงชัยที่ละอุทิศเพื่อแผ่ให้ผู้อื่นได้รับรู้ว่าคนเรายังมีชีวิตอยู่และยังมีลมหายใจอยู่เคียงข้างตลอดและพระองค์ยังที่จะมีชีวิตที่สุขสบายนั้นก็จะมีมงคลสูงสุดแห่งชีวิต และภาพที่เราถ่ายเป็นที่ระลึกและเป็นสิ่งที่เตือนใจมันมีค่าสำหรับตัวเรามาก

    ตอบลบ
  23. ไม่ระบุชื่อ9 กุมภาพันธ์ 2554 09:49

    นาย อภิชิญ์ ปุนเข็ม ม.4/3 เลขที่ 12

    จากหนังสือ 60 ล้านดวงใจถวายพ่อ ได้คัดเลือกนักเขียนซีไรต์มาเขียนหนังสือเล่นนี้ทั้งหมดถึง 8 คน ซึ่ง "คุณงามพรรณ เวชชาชีวะ"มาเป็นผู้เขียนหนังสือเล่มนี้

    ดังบทความข้างต้นที่ "คุณงามพรรณ เวชชาชีวะ"ได้เขียน ผมว่าน่ะครับชีวิตคนเราก็เหมือนกับฝุ่นที่ถูกลมพัดพาไปต่างคนต่างก็คนล่ะจุดหมายไม่เหมือนกัน หากคนเราไร้แรงยึดเหนี่ยวก็ย่อมเคว้งคว้างเป็นเรื่องที่ธรรมดาแต่หากมีจุดหมายในชีวิตที่จะไปก็อาจจะเจอปัญหาบ้าง แต่มันก็มีคุณค่าในชีวิตเพื่อคุณค่าของตัวคนที่มีชีวิตโดยมีจุดหมายในชีวิต และหากเดินตามเราเดินตามรอย "พระยุคลบาท"ของ "ในหลวง" ชีวิตของเราก็จะเจอในสิ่งที่ดีและมีความสุข นั่นคือมงคลสูงสุดแหงชีวิต และภาพความทรงจำบ้างอย่างที่ได้สูญหายไปบ้างของท่าน แต่ก็ยังมีภาพถ่ายของท่านที่ทำให้เรารู้สึกประทับใจและดีใจไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในมุมของโลก เราก็จะรู้สึกได้ว่าท่านอยู่กับเราชาวไทยตลอดมาและตลอดไป ครับ

    ตอบลบ
  24. ไม่ระบุชื่อ2 กุมภาพันธ์ 2558 19:44

    เยี่ยมมากเลยครับ ผมชอบมากๆเลยทีเดียว

    ตอบลบ